Home » “ธนาธร” โวยคณะก้าวหน้าถูกสกัดการทำงานหลังบรรยายหลักสูตร Coding ที่รร.อนุบาลด่านสำโรง ส่งจดหมายปิดผนึกถึงผู้ว่าฯสมุทรปราการ แจงยิบ ลั่นอย่าใช้อำนาจหน้าที่เลือกปฎิบัติ

“ธนาธร” โวยคณะก้าวหน้าถูกสกัดการทำงานหลังบรรยายหลักสูตร Coding ที่รร.อนุบาลด่านสำโรง ส่งจดหมายปิดผนึกถึงผู้ว่าฯสมุทรปราการ แจงยิบ ลั่นอย่าใช้อำนาจหน้าที่เลือกปฎิบัติ

by nopadoloak
639 views

26 มีนาคม 2565 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ว่า “ด่วน! หลังจากที่ผมได้เข้าไปบรรยายหลักสูตรการเรียนการสอน coding ร่วมกับภาคเอกชนในโรงเรียนอนุบาลด่านสำโรง นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าฯสมุทรปราการ ได้ส่งหนังสือถึงนายอำเภอ และผู้บริหารอปท.ในจังหวัด กรณีการให้บุคคลภายนอกจัดอบรม ส่อเจตนาว่าอาจต้องการสกัดการทำงานของคณะก้าวหน้า”

ต่อมา นายธนาธร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กต่อเรื่องนี้ หัวข้อ “จดหมายเปิดผนึกถึงคุณวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ” ระบุว่า “ก่อนอื่น ผมขอเท้าความให้พี่น้องประชาชนทุกท่านทราบถึงเหตุผลที่ผมต้องเขียนจดหมายเปิดผนึกถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ

คณะก้าวหน้าทำงานร่วมกับเทศบาลตำบลด่านสำโรงในเรื่องการศึกษา โดยได้ให้คำปรึกษาและติดต่อประสานงานกับเอกชนเพื่อให้โรงเรียนอนุบาลด่านสำโรงได้มีหลักสูตรการเขียนโปรแกรมและการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติ สำหรับนักเรียน ป.4-ป.6 หลักสูตรวิชาใหม่นี้จะเริ่มสอนเมื่อเปิดภาคการศึกษาในเดือนพฤษภาคม 2565

สัปดาห์ที่ผ่านมา เทศบาลจัดอบรมครูผู้สอนให้เข้าใจในหลักสูตรและสามารถสอนนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชิญบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญมาเป็นผู้บรรยาย พร้อมกันนั้นก็ได้เชิญผมมาพูดถึงความสำคัญของทักษะการเขียนโปรแกรมและทักษะการใช้เครื่องพิมพ์สามมิติในโลกอุตสาหกรรมปัจจุบัน ในวันที่ 21 มีนาคม

เมื่อผมบรรยายเสร็จ ก็ได้โพสต์เล่าถึงการทำงานของเราและประโยชน์ที่ประชาชนด่านสำโรงจะได้รับในเพจของผม ในวันที่ 23 มีนาคม (สำหรับท่านที่สนใจโพสต์ต้นทาง สามารถอ่านได้ ที่ https://www.facebook.com/ThanathornOfficial/posts/525109782298269 )

หลังจากที่ผมบรรยายได้เพียงสองวัน คุณวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ส่งหนังสือ “ด่วนที่สุด” หานายอำเภอ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรีนคร และนายกเทศมนตรีเมืองทุกแห่งในจังหวัดสมุทรปราการ (ตามรูปจดหมายที่แนบมากับโพสต์นี้) โดยมีเนื้อหากำชับเทศบาลว่าการนำบุคลากรภายนอกมาจัดอบรมในโรงเรียน อาจเข้าข่ายกฎหมาย ซึ่งส่อเจตนาว่าอาจต้องการสกัดกั้นการทำงานของคณะก้าวหน้า

ผมขอเรียนคุณวันชัย ใน 3 ประเด็น ดังนี้

1. การทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเราเป็นไปอย่างเปิดเผย นับตั้งแต่การเลือกตั้ง ผู้สมัครหรือกลุ่มผู้สมัครคนใดต้องการให้เราร่วมสนับสนุน ให้คำแนะนำในการบริหาร หรือนำนโยบายของเราไปใช้ ก็ใช้ชื่อของคณะก้าวหน้าสมัครเลือกตั้งอย่างเปิดเผย ประชาชนรับรู้โดยทั่วไปอย่างเป็นสาธารณะ เมื่อผู้สมัครได้รับความไว้วางใจจากประชาชนให้เข้าไปดำรงตำแหน่งนายก เราก็เข้าร่วมให้คำปรึกษาแนะนำ ผลักดันโครงการต่าง ๆ อย่างเปิดเผย โปร่งใส ไม่เคยเรียกร้องผลประโยชน์ใด ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างบ้านสร้างเมืองที่ดีกว่านี้

หลายท้องถิ่นที่ทำงานร่วมกับเราก็แสดงให้เห็นแล้วว่า เราสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ นำรายได้จากการท่องเที่ยวชุมชนไปสู่มือชาวบ้านได้จริง เราร่วมมือกับเทศบาลในการคัดแยกขยะ นำขยะเปลี่ยนเป็นสวัสดิการให้กับชุมชน รักษาสิ่งแวดล้อมได้จริง เราทำให้น้ำประปาดื่มได้ ประชาชนได้เข้าถึงน้ำประปาที่มีคุณภาพ ลดภาระ เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชนได้จริง

นโยบายเมืองอัจฉริยะ ก็เป็นวิสัยทัศน์ของนายกเทศมนตรีตำบลด่านสำโรง ที่ประกาศไว้ชัดเจนตั้งแต่การหาเสียงจนถึงการแถลงนโยบายต่อสภา

ถ้าประชาชนเห็นว่าการทำงานของคณะก้าวหน้าไม่มีประโยชน์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เขาก็ไปเลือกคนอื่น ขอให้คุณวันชัยฯ เคารพการตัดสินใจของประชาชน ให้ประชาชนได้เลือกและตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง

2. ความเข้าใจเกี่ยวกับภาคอุตสาหกรรมและชีวิตจริงที่นักเรียนต้องเผชิญเมื่อเรียนจบ สมัยที่ผมยังทำงานในภาคธุรกิจ ผมได้ผลักดันการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติในสถานประกอบการตั้งแต่เมื่อ 20 ปี ที่แล้ว และสนับสนุนให้ช่างเทคนิคและวิศวกรของบริษัท สามารถออกแบบ เขียนโปรแกรมควบคุม และบำรุงรักษาระบบได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ บริษัทที่ผมบริหารงานมีหุ่นยนต์มากกว่า 1,000 ตัว นับได้ว่าเป็นระดับต้น ๆ ของประเทศไทย

ดังนั้น ผมมีความเข้าใจในความสำคัญของหลักสูตรนี้ และสามารถอธิบายให้ครูเห็นภาพได้ว่านักเรียนจะเจออะไรบ้างในโลกของการทำงานจริงในอีก 10 ปีข้างหน้าของพวกเขา

หลักสูตรนี้มีประโยชน์ต่อนักเรียนและชุมชน โรงเรียนอนุบาลด่านสำโรงจะเป็นโรงเรียนระดับเทศบาลแรก ๆ ของประเทศที่มีทั้งหลักสูตรเขียนโปรแกรมและหลักสูตรการพิมพ์สามมิติ เราช่วยให้คำปรึกษาในเรื่องอุปกรณ์การเรียนการสอนอย่างดี ซึ่งมีราคาเหมาะสม ทั้งหลักสูตรลงทุนไปไม่ถึง 5 แสนบาทด้วยเงินของเทศบาลเอง เอกชนที่เราติดต่อให้มาอบรม ก็มาด้วยความสมัครใจช่วยเหลือ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการอบรมใด ๆ

นักเรียนทั่วไปจะได้ความเข้าใจเบื้องต้นสำหรับต่อยอดในการใช้ชีวิตในอนาคต ส่วนนักเรียนที่ถนัดด้านการคำนวน อาจได้แรงบันดาลใจให้เรียนจบไปเป็นวิศวกรหรือนักเขียนโปรแกรม ซึ่งเป็นอาชีพที่เงินเดือนสูงสุดในตลาด จากการสำรวจตลาดแรงงานของบริษัทที่ปรึกษาด้านบุคคลชั้นนำ พบว่านักเขียนโปรแกรมจบใหม่ สามารถหางานเงินเดือนได้ถึงเดือนละ 40,000 บาทเลยทีเดียว

ผมอยากให้คุณวันชัย ตระหนักว่านักเรียนในโรงเรียนเทศบาลตำบลด่านสำโรงส่วนใหญ่มาจากครัวเรือนที่มีฐานะปานกลางถึงยากจน พ่อแม่ส่วนใหญ่ทำอาชีพพนักงานในโรงงาน บริษัทเอกชน หรือเป็นพ่อค้าแม่ค้าในตลาด การเตรียมนักเรียนให้เท่าทันโลกสมัยใหม่ จึงสำคัญต่อการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้พวกเขาได้มีโอกาสไขว่คว้าชีวิตที่ดีขึ้น เท่าเทียมกับลูกหลานของคนมีฐานะ

ดังนั้น การจำกัดสกัดกั้นการทำโครงการห้องเรียนเทคโนโลยีของเทศบาลด่านสำโรง จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อครู นักเรียน พ่อแม่ ชุมชน และอนาคตของด่านสำโรงเลย

3. ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฏหมายที่คุณวันชัยกล่าวอ้าง ผมเรียนคุณวันชัยว่า การอ้างระเบียบกระทรวงดังกล่าว เป็นการอ้างอย่างผิดฝาผิดตัว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความเป็นอิสระเรื่องการบริหารงานบุคคล โดยสามารถที่จะใช้ดุลยพินิจเลือกจัดอบรมบุคลากรในสังกัดได้ หากเรื่องที่อบรมบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่

ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทย เคยออกหนังสือ ด่วนมาก ที่ มท 0808.3/ว 611ลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2546 กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่จะสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมตลอดจนค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จะต้อง (1) เป็นการฝึกอบรมของกระทรวงมหาดไทยตามข้อเสนอของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (2) เป็นการฝึกอบรมของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (3) เป็นการฝึกอบรมที่มีข้อตกลงร่วมกันหรือจัดร่วมกันกับกระทรวงมหาดไทยหรือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะได้แจ้งให้ทราบเป็นคราว ๆ ไป

หนังสือของกระทรวงมหาดไทย ฉบับดังกล่าว ศาลปกครองสูงสุดได้เคยมีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.291/2546 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.61/2549 ว่าเป็นการออกหลักเกณฑ์ที่ ขัดต่อความเป็นอิสระของเทศบาลในการกำหนดนโยบายการปกครอง การบริหารงานบุคคล การเงินและการคลัง เป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ที่มิได้เป็นไปเพื่อรักษาประโยชน์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประโยชน์ของประเทศโดยส่วนรวม และกระทบถึงสาระสำคัญแห่งหลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น

ปัจจุบันนี้ ท้องถิ่นสามารถจัดส่งบุคลากรเข้ารับการอบรมที่จัดขึ้นทั้งโดยเอกชน มูลนิธิ สมาคมต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก และสามารถเชิญบุคคลมาบรรยายให้ความรู้แก่บุคลากรในสังกัด โดยไม่ต้องจัดส่งเข้ารับการอบรมกับหน่วยงานอื่น

การให้ความรู้แก่ องค์กรปกครองท้องถิ่นโดยคณะก้าวหน้า ล้วนแต่มีเนื้อหาสาระความรู้ที่เกี่ยวกับการพัฒนา หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ทั้งสิ้น คณะก้าวหน้าได้เข้าอบรมเพิ่มความรู้และประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะแก่ท้องถิ่นอื่น ๆ มาแล้วหลายจังหวัด ก็ไม่มีปัญหาใด ๆ เกิดขึ้น

คณะก้าวหน้าเป็นคณะบุคคลที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น” ดังนั้น การที่จังหวัดสมุทรปราการห้ามมิให้องค์กรปกครองท้องถิ่นรับการอบรมจากคณะก้าวหน้า หรือจากเอกชนรายใดรายหนึ่ง นอกจากจะขัดต่อความเป็นอิสระในการกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการเลือกปฏิบัติซึ่งขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 อีกด้วย

เพื่อปรับความรับรู้ความเข้าใจต่อโครงการนี้ และการทำงานของคณะก้าวหน้ากับเทศบาล ผมขอเวลาเข้าพบคุณวันชัย โดยถ่ายทอดสดการสนทนาของเราให้ประชาชนรับทราบ และอาจเชิญผู้บริหารเทศบาลเข้าร่วมด้วยก็ได้ตามแต่ความสะดวกใจของท่าน เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการได้หายสงสัย คลายกังวลกับหนังสือดังกล่าว ด้วยความสุจริต จริงใจ

สุดท้ายนี้ ผมเรียนคุณวันชัยว่า ผมอาจเป็นภัยต่อเผด็จการ แต่ผมไม่ใช่ภัยคุกคามของประเทศไทยแน่ ผมตั้งใจทำงานการเมืองเพื่อสร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสิทธิเสรีภาพ ประเทศไทยเจริญเติบโตทัดเทียมกับนานาชาติ

เราอาจมีอุดมการณ์การเมืองต่างกันได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องปกติของสังคม แต่การใช้อำนาจหน้าที่อย่างเลือกปฏิบัตินั้น นอกจากจะผิดกฏหมายแล้ว ยังเสียโอกาสในการพัฒนาสังคม เรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ เราสามารถหาจุดร่วมกันได้ ผมเชื่อว่าองค์ความรู้และประสบการณ์ของคณะก้าวหน้า มีประโยชน์และช่วยพัฒนาประเทศได้อีกมาก ส่วนที่เราเห็นต่างกันนั้น ผมขอให้ท่านใช้กระบวนการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งเป็นกลไกหาทางออกอย่างสันติตามครรลองที่ระบอบประชาธิปไตยควรจะเป็น”

ทั้งนี้ หนังสือของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เรื่อง แจ้งกำขับการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เรียน นายอำเภอ ทุกอำเภอ นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ นายกเทศมนตรีนครสมุทรปราการ และนายกเทศมนตรีเมือง ทุกแห่ง ระบุว่า

“ด้วยมีผู้แจ้งข้อมูลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการโดยตรงว่า มีเอกชนมาฝึกอบรมให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดสมุทรปราการ ในวัน เวลา และสถานที่ของราชการ ซึ่งเป็นการไม่เหมาะสม เนื่องจากเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเอกชนมากกว่าทางราชการ โดยเกิดผลกระทบกับเวลาการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน

จังหวัดสมุทรปราการพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม และการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. 2557 ข้อ 9 กำหนดว่า “การจัดฝึ กอบรม การเดินทางไปจัดการฝึกอบรมและเข้ารับการฝึกอบรม การเดินทางไปดูงาน ทั้งในประเทศ หรือต่างประเทศ ตามที่ กำหนดในโครงการหรือหลักสูตรการฝึกอบรมต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยน์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตามจำนวนที่เห็นสมควร”

ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และป้องกันมีให้เกิดการแจ้งข้อมูลหรือการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวข้างต้นไปยังองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จึงขอแจ้งกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดสมุทรปราการถือปฏิบัติตามข้อ 9 ของระเบียบดังกล่าวโดยเคร่งครัด โดยให้พิจารณาอนุมัติเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องหรือเป็นประโยชน์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตามจำนวนที่เห็นสมควรเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้พิจารณาเนื้อหาสาระของการฝึกอบรมด้วยความละเอียดรอบคอยว่ามีความเกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องนำไปใช้ในการเรียนการสอนหรือไม่ หากไม่มีก็ไม่ควรอนุมัติหรืออนุญาตให้เข้ารับการฝึกอบรม

นอกจากนี้ ให้พึงระมัดระวังเรื่องการใช้สถานที่ราชการเป็นสถานที่ฝึกอบรมของเอกชนด้วย โดยต้องถือปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543 ด้วย เพราะมิเช่นนั้นแล้วอาจจะเข้าข่ายเป็นการแสวงหาประโยชน์ ที่มิควรได้ โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับผู้อื่นได้
จึงเรียนมาเพื่อทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดต่อไป สำหรับอำเภอให้แจ้งเทศบาลตำบลและองค์การบริหารส่วนตำนลในเขตอำเภอทราบและถือปฏิบัติโดยเคร่งครัดต่อไปด้วย”.

You may also like

About Us

สื่อที่มุ่งเน้นข้อมูลข่าวสารเชิงสร้างสรรค์ เป็นกลาง เพื่อให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจ

@2022 – All Right Reserved. Designed and Developed byu00a0PenciDesign